รอยเลือด น้ำคร่ำ และเงินห้าล้าน: เมื่อน้องผัวเหยียบย่ำฉันในวันใกล้คลอด

สู่การล้างแค้นที่กระชากพวกมันลงนรกทั้งเป็น!
กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งผสมกับความอุ่นวาบของน้ำคร่ำที่ไหลทะลักนองเต็มพื้นหินอ่อนสีขาว… คือฝันร้ายที่กรีดลึกลงในจิตวิญญาณของฉันจนไม่สามารถลบเลือนได้ตลอดชีวิต
ฉันชื่อ ‘บัวบงกช’ อายุ 32 ปี ฉันกำลังอุ้มท้อง ‘น้องพร้อม’ ลูกชายคนแรกที่เกิดจากความรักของฉันและ ‘วาทิต’ สามีผู้เป็นวิศวกรแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางอ่าวไทย อายุครรภ์ของฉันเข้าสู่สัปดาห์ที่ 36 แล้ว อีกเพียงไม่กี่วันฉันก็จะได้เห็นหน้าแก้วตาดวงใจที่ฉันเฝ้าทะนุถนอมมาตลอดเก้าเดือน
วาทิตเป็นผู้ชายที่แสนดี เขาเตรียมพร้อมทุกอย่างสำหรับลูกของเรา รวมถึงการเปิดบัญชีกองทุนอนาคตจำนวน ‘ห้าล้านบาท’ ในชื่อของฉัน เพื่อเป็นหลักประกันชีวิตให้ลูกหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ทุกอย่างในชีวิตของฉันควรจะสมบูรณ์แบบ หากฉันไม่ต้องอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกับ ‘คุณหญิงชัญญา’ แม่ผัวจอมบงการ และ ‘กฤต’ น้องชายแท้ๆ ของวาทิตที่เป็นผีพนันเข้าสิง
วาทิตต้องออกไปประจำการที่แท่นขุดเจาะเป็นเวลาสองสัปดาห์ เขาไม่สามารถติดต่อได้ตลอดเวลา นั่นคือช่องโหว่ที่ทำให้หมาป่าในคราบสายเลือดเผยธาตุแท้ออกมา
บ่ายวันนั้น พายุฝนพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง แม่บ้านและคนสวนถูกคุณหญิงชัญญาสั่งให้ออกไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าจนหมด คฤหาสน์หลังใหญ่ตกอยู่ในความเงียบสงัด ฉันกำลังนั่งลูบท้องและฟังเพลงโมสาร์ทอยู่ในห้องนอนชั้นล่าง จู่ๆ ประตูห้องก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง
กฤตพุ่งพรวดเข้ามาในสภาพที่ตาขวาง หน้าตาตื่นตระหนก เหงื่อแตกพลั่ก เสื้อเชิ้ตของเขามีรอยเลือดเปื้อนอยู่ประปราย
“พี่บัว! โอนเงินห้าล้านมาให้ผมเดี๋ยวนี้! ถ้าผมไม่มีเงินไปจ่ายพวกเสี่ยชัชภายในหกโมงเย็น พวกมันฆ่าผมแน่!” กฤตตะคอกลั่น พร้อมกับปรี่เข้ามาจับไหล่ฉันเขย่าอย่างแรง
ฉันตกใจสุดขีด พยายามปัดมือเขาออกและถอยหนี “กฤต! ปล่อยพี่นะ! เงินห้าล้านนั่นเป็นเงินก้นถุงของหลาน เป็นเงินของลูกพี่ พี่ให้ไม่ได้! กฤตไปก่อเรื่องอะไรมาทำไมไม่ไปคุยกับคุณแม่ล่ะ!”
“แม่ไม่มีให้แล้ว! แม่เอาสมบัติไปจำนองช่วยผมจนหมดแล้ว!” กฤตตวาดเสียงเหี้ยม นัยน์ตาของเขาแดงก่ำเหมือนคนเสียสติ “ผมรู้ว่าพี่เพิ่งเบิกเงินสดห้าล้านเข้าบัญชีเตรียมไว้จ่ายค่าคลอดและค่าประกันลูก พี่โอนมาให้ผมเดี๋ยวนี้! พี่มีผัวรวย เดี๋ยวพี่ก็หาใหม่ได้ แต่ชีวิตผมกำลังจะตาย พี่เข้าใจไหม!”
“ไม่! พี่ไม่โอน! นี่มันเงินของลูกพี่!” ฉันปฏิเสธเสียงแข็ง เอามือกุมท้องที่เริ่มปั้นแข็งเพราะความเครียด
วินาทีนั้นเอง สันดานดิบของกฤตก็ระเบิดออก เขาพุ่งเข้ามาตบหน้าฉันอย่างแรงจนฉันเสียหลักล้มคว่ำลงไปกองกับพื้น ฉันกรีดร้องสุดเสียงด้วยความเจ็บปวด พยายามตะเกียกตะกายหนี แต่กฤตไม่มีความปรานีใดๆ หลงเหลืออยู่ เขาตามมาคร่อมร่างฉันไว้ มือซ้ายจิกผมฉันขึ้นมา ส่วนมือขวากระชากโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าชุดคลุมท้องของฉัน
“ปลดล็อกแอปธนาคารเดี๋ยวนี้ อีบัว!”
“ไม่! ปล่อยฉันนะ ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วย!” ฉันกรีดร้องลั่นบ้าน หวังว่าแม่ผัวที่อยู่ชั้นบนจะลงมาช่วย แต่สิ่งที่ฉันได้ยินคือความเงียบ… คุณหญิงชัญญาจงใจจัดฉากนี้ เธอรู้เห็นเป็นใจให้ลูกคนเล็กมาปล้นเงินหลานตัวเอง!
เมื่อฉันไม่ยอมสแกนใบหน้า กฤตก็ลุกขึ้น แล้วใช้เท้า… กระทืบลงมาที่สีข้างและหน้าท้องของฉันอย่างแรง!
“กรี๊ดดดดดดดด!!!”
เสียงกรีดร้องของฉันทะลุปรอท ความเจ็บปวดแล่นริ้วราวกับมีมีดนับร้อยเล่มแทงทะลุมดลูก ร่างกายของฉันบิดเร่าด้วยความทรมานแสนสาหัส วินาทีนั้นเอง ฉันรู้สึกถึงของเหลวอุ่นๆ ที่ทะลักออกจากช่องคลอด… น้ำคร่ำของฉันแตกกระจาย พร้อมกับเลือดสีแดงฉานที่ไหลทะลักออกมานองเต็มพื้นหินอ่อน!
“ลูกแม่… โอ๊ยยย! กฤต… พี่เจ็บ… ลูกพี่…” ฉันสะอื้นไห้ตัวสั่นเทา เลือดไหลออกมาไม่หยุดจนวิสัยทัศน์เริ่มพร่ามัว
“ก็ปลดล็อกโทรศัพท์สิวะ! โอนเงินมาแล้วผมจะเรียกรถพยาบาลให้!” กฤตตะคอกโดยไม่สนใจกองเลือดและน้ำคร่ำที่เจิ่งนอง เขาจับหน้าฉันไปจ่อกับหน้าจอโทรศัพท์จนระบบสแกนใบหน้าปลดล็อกแอปพลิเคชันธนาคารสำเร็จ
ด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่ที่รู้ว่าหากยื้อต่อไป ลูกในท้องต้องตายแน่ๆ ฉันจึงกัดฟันกรอด ใช้มือที่สั่นเทาและเปื้อนเลือดกดโอนเงินจำนวน 5,000,000 บาท เข้าบัญชีของกฤตจนสำเร็จ
แต่ในเสี้ยววินาทีที่หน้าจอแสดงผลว่าโอนเงินเรียบร้อย ฉันได้ใช้แรงเฮือกสุดท้าย… กดปุ่ม Power ย้ำๆ 5 ครั้ง เพื่อส่งสัญญาณ SOS ฉุกเฉินไปยังศูนย์ตำรวจและเบอร์ของทนายความส่วนตัวของวาทิต พร้อมกับบันทึกเสียงเหตุการณ์ทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
กฤตกระชากโทรศัพท์ไปดูยอดเงิน เมื่อเห็นว่าเงินเข้าบัญชีแล้ว เขาก็แสยะยิ้ม “ก็แค่นี้… ทนเจ็บไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวแม่บ้านกลับมาก็คงพาพี่ไปส่งโรงพยาบาลเองแหละ!”
เขาเตะเข้าที่ชายโครงฉันอีกครั้งเป็นการทิ้งท้าย ก่อนจะวิ่งหนีออกไปจากบ้าน ทิ้งให้ฉันนอนจมกองเลือดและน้ำคร่ำ หายใจรวยรินอยู่บนพื้น ฉันพยายามใช้มือที่เปื้อนเลือดลูบหน้าท้องตัวเอง กระซิบเรียกขวัญลูกน้อยที่หยุดดิ้นไปแล้วด้วยน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม
“พร้อม… ลูกต้องรอดนะ… อยู่กับแม่นะลูก…”
ภาพสุดท้ายที่ฉันเห็นก่อนจะหมดสติไป คือไฟไซเรนของรถพยาบาลและรถตำรวจที่พุ่งทะยานเข้ามาหน้าคฤหาสน์…
…
ฉันตื่นขึ้นมาในห้อง ICU ของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ความรู้สึกแรกคือความปวดร้าวที่ช่วงท้อง วาทิตนั่งจับมือฉันอยู่ข้างเตียง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยน้ำตาและรอยคล้ำใต้ตา เขาบินด่วนกลับมาทันทีที่ทนายแจ้งข่าว
“พี่วิน… ลูก… ลูกล่ะคะ…” ฉันถามเสียงแหบพร่า
วาทิตปล่อยโฮออกมา เขาก้มลงจูบหน้าผากฉัน “ลูกปลอดภัยแล้วบัว… น้องพร้อมอยู่ในตู้อบ แต่อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว… แต่…”
วาทิตสะอื้นจนตัวโยน “หมอบอกว่า มดลูกของบัวฉีกขาดอย่างรุนแรงจากการถูกกระแทก… หมอต้องตัดมดลูกทิ้งเพื่อรักษาชีวิตบัว… เรา… เราจะมีลูกด้วยกันไม่ได้อีกแล้วนะบัว”
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ผ่าลงมากลางหัวใจ! ฉันสูญเสียความเป็นแม่ที่จะตั้งครรภ์ได้อีกต่อไป เพียงเพราะความระยำของน้องผัว! หยาดน้ำตาแห่งความเสียใจไหลรินออกมาเพียงชั่วครู่ ก่อนที่มันจะระเหยเหือดแห้งไป… ถูกแทนที่ด้วย ‘เพลิงแค้น’ ที่ลุกโชนจนแผดเผาทุกความปรานีในจิตใจ
“กฤตกับคุณแม่ล่ะคะ?” ฉันถามด้วยน้ำเสียงที่เยียบเย็นจนวาทิตชะงัก
“พี่ไล่แม่กลับไปแล้ว พี่บอกว่าถ้าบัวเป็นอะไรไป พี่จะฆ่ากฤตด้วยมือพี่เอง ตอนนี้ตำรวจกำลังตามล่าตัวกฤตอยู่ แต่ยังหาไม่พบ บัวพักผ่อนเถอะนะ พี่จะจัดการทุกอย่างเอง” วาทิตตอบด้วยความแค้นไม่ต่างกัน
“ไม่ค่ะพี่วิน…” ฉันจับมือเขาแน่น นัยน์ตาของฉันไม่มีความหวาดกลัวอีกต่อไป “บัวจะจัดการพวกมันเอง… บัวจะลากพวกมันลงนรกทั้งเป็น ให้สาสมกับสิ่งที่มันทำกับลูกของเรา”
ห้าวันต่อมา ฉันใช้เส้นสายของทนายความระดับท็อปที่วาทิตจ้างมาเพื่อเดินหมากกระดานนี้
กฤตคิดว่าตัวเองรอดแล้ว เขาโอนเงินห้าล้านบาทจากบัญชีตัวเองไปให้ ‘เสี่ยชัช’ เจ้าพ่อมาเฟียเงินกู้เพื่อปลดหนี้เรียบร้อยแล้ว และกำลังกบดานอยู่ที่เซฟเฮาส์ แต่สิ่งที่กฤตไม่รู้คือ… ทนายของฉันได้ประสานงานกับผู้บังคับการตำรวจและปปง. นำหลักฐานการทำร้ายร่างกายชิงทรัพย์และเส้นทางการเงิน ไปทำการ ‘อายัดบัญชีของเสี่ยชัช’ ทันทีที่เงินห้าล้านบาทนั้นโอนเข้าไปถึง!
เมื่อบัญชีหลักของมาลัยเฟียถูกอายัดเพราะเข้าไปพัวพันกับ ‘เงินอาชญากรรม’ ธุรกิจมืดนับร้อยล้านของเสี่ยชัชก็สะดุดหยุดลง
เสี่ยชัชโกรธจัด เขาคิดว่ากฤตจงใจเล่นตุกติก โอนเงินโจรมาให้เพื่อลากตำรวจมาทลายเครือข่ายของเขา แทนที่มาเฟียจะปล่อยกฤตไป พวกมันกลับส่งลูกน้องบุกไปลากคอกฤตออกมาจากเซฟเฮาส์ในคืนนั้น!
ในโกดังร้างชานเมือง กฤตถูกซ้อมอย่างทารุณที่สุด พวกมันใช้ไม้เบสบอลหวดเข้าที่กระดูกสันหลังและหัวเข่าทั้งสองข้างของเขาจนแตกละเอียด เสียงร้องโหยหวนของกฤตดังระงม แต่ไม่มีใครช่วย เสี่ยชัชสั่งให้ลูกน้องตัดเส้นเอ็นร้อยหวายของกฤตทิ้ง เพื่อให้มั่นใจว่าไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่กล้าเอาเงินตำรวจมาเปื้อนบัญชีเขา จะไม่มีวันเดินได้อีกตลอดชีวิต!
เมื่อพวกมาเฟียซ้อมจนหนำใจและทิ้งร่างที่เละเทะของกฤตไว้ ตำรวจที่ทนายของฉันดึงเวลาไว้ก็บุกเข้าไปทลายโกดังพอดี
กฤตถูกหามส่งโรงพยาบาลในสภาพ ‘พิการถาวร’ กระดูกสันหลังหัก เข่าแหลกละเอียด และเส้นเอ็นขาดสะบั้น เขาต้องนอนหยอดน้ำข้าวผ่านสายยางอยู่ในห้องพักผู้ป่วยรวมของโรงพยาบาลรัฐ โดยมีกุญแจมือล็อกติดกับเตียง รอการส่งฟ้องศาลในข้อหา ‘พยายามฆ่าและชิงทรัพย์’ ซึ่งมีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต
ส่วนคุณหญิงชัญญา… เมื่อวาทิตรู้ความจริงจากคลิปเสียง SOS ว่าแม่ของตัวเองจงใจปล่อยให้ลูกสะใภ้ถูกทำร้ายปางตาย วาทิตก็ประกาศตัดแม่ตัดลูกอย่างเด็ดขาด เขาทำการขายคฤหาสน์หลังนั้นทิ้ง ยกเลิกบัตรเครดิตทุกใบ และอายัดเงินเดือนที่เคยให้แม่ทั้งหมด
คุณหญิงชัญญาที่เคยหยิ่งผยอง ต้องถูกอัปเปหิออกจากคฤหาสน์หรู ไปเช่าห้องแถวเก่าๆ อยู่ เมื่อเธอรู้ข่าวว่ากฤตลูกรักกลายเป็นคนพิการและต้องติดคุกตลอดชีวิต ความเครียดและความช็อกก็ทำให้เส้นเลือดในสมองของเธอแตก! เธอรอดตายมาได้… แต่ต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง อัมพาตครึ่งซีก ปากเบี้ยว พูดไม่ได้ และต้องนอนจมกองปัสสาวะอุจจาระของตัวเองอยู่ในห้องแถวแคบๆ โดยไม่มีลูกคนไหนเหลียวแล!
…
หนึ่งเดือนต่อมา…
ฉันสวมชุดเดรสสีขาวเรียบหรู อุ้ม ‘น้องพร้อม’ ที่สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ดีแล้ว ไว้ในอ้อมอก เดินเคียงคู่กับวาทิตเข้าไปในเรือนจำแดนพยาบาล
กฤตในชุดนักโทษสีลูกวัว นั่งอยู่บนรถเข็นวีลแชร์ สภาพของเขาซูบผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก รอยแผลเป็นเต็มใบหน้า ดวงตาที่เคยดุดันบัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสมเพชตัวเอง เมื่อเขาเห็นฉันและลูก เขาก็พยายามจะยกมือที่สั่นเทาขึ้นมาไหว้
“พี่บัว… พี่วิน… ผมขอโทษ… ผมผิดไปแล้ว… ช่วยผมด้วย ผมอยู่ที่นี่เหมือนตกนรก… นักโทษคนอื่นรังแกผมทุกวัน… พาผมออกไปที…” กฤตร้องไห้ฟูมฟาย น้ำมูกน้ำตาไหลอาบแก้มที่ตอบซูบ
วาทิตมองน้องชายด้วยสายตาที่เย็นชาและว่างเปล่า เขาไม่แม้แต่จะเอ่ยปากพูดอะไรออกมาสักคำ
ฉันเดินเข้าไปใกล้ๆ รถเข็นของกฤต โน้มตัวลงไปกระซิบที่ข้างหูของเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน… แต่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิตของเขา
“ตอนที่แกกระทืบท้องพี่ ตอนที่แกเห็นเลือดและน้ำคร่ำของพี่ไหลนองพื้น… แกเคยมีความสงสารบ้างไหมกฤต?”
กฤตชะงัก ตัวสั่นสะท้าน
“เงินห้าล้านที่แกอยากได้นักหนา พี่ให้แกไปแล้วไงล่ะ… แต่ผลกำไรที่แกได้รับกลับมา คือกระดูกสันหลังที่หักสะบั้นและชีวิตที่ต้องเน่าตายในคุกขี้ไก่นี่” ฉันเหยียดยิ้ม มองลึกเข้าไปในดวงตาที่สิ้นหวังของเขา “ส่วนคุณแม่… ตอนนี้ก็นอนเป็นผักให้หนูแทะอยู่ที่ห้องแถวสลัม… พี่จะปล่อยให้พวกแกมีชีวิตอยู่ต่อไปเรื่อยๆ นะกฤต มีชีวิตอยู่… เพื่อรับรู้ความทรมานของการตกนรกทั้งเป็นในทุกๆ วินาทีที่หายใจ!”
ฉันยืดตัวขึ้น หันหลังกลับและเดินควงแขนสามีพร้อมกับอุ้มลูกชายสุดที่รักเดินออกจากเรือนจำไปอย่างสง่างาม ทิ้งเสียงร้องโหยหวนและเสียงสะอื้นไห้ของกฤตให้ดังก้องกังวานอยู่เบื้องหลัง…
รอยเลือดและน้ำคร่ำในวันนั้น ได้ถูกชะล้างออกไปจนหมดสิ้นแล้วด้วยหยาดน้ำตาแห่งความพินาศของพวกมัน และตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ชีวิตของฉัน วาทิต และน้องพร้อม จะมีแต่ความสุขที่สว่างไสว บนซากปรักหักพังของพวกเดรัจฉานที่ถูกฝังกลบไว้ในขุมนรกตลอดกาล.



